Untitled Document
 
สภาพพื้นที่และปัญหาน้ำท่วม

สภาพและสาเหตุของปัญหาน้ำท่วม

          สภาพปัญหาด้านทรัพยากรน้ำ ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ส่วนใหญ่เป็นปัญหาด้านอุทกภัย ซึ่งในอดีตประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประเภทนาข้าวฟางลอย ปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นเกือบทุกปี แต่ไม่เกิดความเสียหายมากนัก เนื่องจากพื้นที่เก็บปริมาณน้ำหลากไว้ในทุ่งได้สูงเป็นเมตร ปัจจุบันจังหวัดนนทบุรีมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจากพื้นที่เกษตรกรรมเป็นพื้นที่ชุมชนเมือง  อุตสาหกรรมจำนวนมาก อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงวิธีทางการเกษตร เป็นเกษตรกรรมแผนใหม่ เช่น นาข้าวพันธุ์เตี้ย อายุสั้น พืชไร่ ไม้ดอก ไม้ประดับ และปศุสัตว์ เป็นต้น จึงทำให้ไม่สามารถรับน้ำหลากไปเก็บไว้ได้ ปัญหาน้ำท่วมจึงได้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะการเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำท่วม ที่จะต้องพิจารณาวางแผนป้องกัน สรุปได้ดังนี้


1.  ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี

          เมื่อเกิดฝนตกหนักในบริเวณกว้างในแ ต่ละท้องถิ่น จะเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ และหากการระบายน้ำออกจากพื้นที่ทำไม่ได้ เนื่องจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและลำน้ำสาขามีระดับสูง (ล้นตลิ่ง) การท่วมขังก็จะขยายออกเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น ในกรณีของฝนตกหนักในพื้นที่ต้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลงแม่น้ำลำคลองต่าง ๆ ปัญหาน้ำท่วมในลักษณะนี้จึงขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศ และประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำ ในขณะเกิดเหตุ  ซึ่งต้องมีการเตรียมการและเตรียมความพร้อมให้ระบบระบายน้ำมีความพร้อมอยู่เสมอ ซึ่งหากพื้นที่ที่มีปัญหาฝนตกหนักแล้วมีน้ำท่วมขังระบายน้ำไม่ทัน นอกจากการดูแลรักษาระบบระบายน้ำ เช่น ท่อระบายน้ำ คู และคลองต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมอยู่เสมอแล้ว ยังต้องเตรียมเครื่องสูบน้ำสำหรับเร่งระบายน้ำออกให้ทันเวลาด้วย ซึ่งเมื่อเกิดฝนตกหนักภายใน 10 นาที มีปริมาณเกินกว่า 10 มม. หรือ ปริมาณฝนตกภายใน 1 ชม. มีปริมาณฝนเกินกว่า 20 มม. ต้องเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ทันที หรือกรณีฝนตกไม่หนักแต่ต่อเนื่องเกินวันละ 50 มม. ต้องเร่งระดมเครื่องสูบน้ำทั้งหมดให้พร้อมเพราะหากฝนตกต่อเนื่องไปอีกหลายวัน อาจทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น ถ้าการระบายน้ำทำได้ไม่ทันทั้งนี้ปริมาณฝนเท่าไรจึงจะต้องเร่งเตรียมพร้อมสำหรับเครื่องสูบน้ำ ขึ้นอยู่กับสภาพของพื้นที่แต่ละพื้นที่และระบบระบายน้ำที่ไม่เหมือนกัน จึงต้องอาศัยประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย และต้องคอยติดตามสถานการณ์ฝนตกอยู่เสมอ


2.  ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสูง

          แม่น้ำเจ้าพระยามีขีดความสามาถ ในระดับหนึ่งที่จะรองรับปริมาณน้ำที่ไหลมาจากลุ่มน้ำทางตอนบนได้ โดยในปัจจุบันแม่น้ำเจ้าพระยามีขีดความสามารถสรุปได้ดังนี้

  • แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ขีดความสามารถการระบายน้ำระหว่าง 3,000 ถึง  4,000ม.3 /วินาที
  • แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเหนือจังหวัดอยุธยามีขีดความสามารถระบายน้ำประมาณ 1,800 ม.3 /วินาที
  • แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณใต้จังหวัดอยุธยามีขีดความสามารถระบายน้ำประมาณ 3,000 ม.3 /วินาที
  • แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณกรุงเทพมหานครมีขีดความสามารถระบายน้ำมากกว่า 3,000ม.3 /วินาที

          ดังนั้นเมื่อเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนในช่วงฤดูฝน โดยมีปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำ เจ้าพระยาตามจุดดังกล่าว หากปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเกินขีดความสามารถในการรับน้ำได้ ระดับน้ำก็จะเริ่มสูงขึ้นจนบางครั้งถึงกับเอ่อล้นตลิ่ง การที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงนี้ จะเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ ทำให้เอ่อเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับแม่น้ำ ลำคลอง ที่ได้รับอิทธิพลจากแม่น้ำเจ้าพระยา ดังนั้น ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ขึ้นสูงจึงเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของจังหวัดนนทบุรี
          นอกจากนี้ บริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ภายใต้อิทธิพลของน้ำทะเลหนุน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่ทะเลลดลง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณจังหวัดนนทบุรีขึ้นสูงและเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน น้ำทะเลจะมีระดับความสูงกว่าระดับเฉลี่ยจึงทำให้เกิดน้ำไหลบ่าล้นตลิ่งได้ง่าย


                3.  การระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบน
          การระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบน เข้าพื้นที่จังหวัดนนทบุรี  เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พื้นที่บางส่วน ที่ได้รับอิทธิพลจากการระบายน้ำดังกล่าว มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม ซึ่งในกรณีมีเหตุการณ์น้ำท่วมทางพื้นที่ตอนบนของจังหวัดนนทบุรี และจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านจังหวัดนนทบุรี โดยผ่านคลองขุดใหม่ คลองลากฆ้อน และคลองขุนศรี ซึ่งมีการประสานงานถึงปริมาณที่จะระบายน้ำผ่านอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีการเตรียมความพร้อมในการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่ที่อยู่ริมคลองซึ่งจะได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำที่ระบายน้ำเข้ามาอาจมีปริมาณมากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละปี จึงยังต้องมีการพัฒนาปรับปรุงระบบป้องกันต่าง ๆ เช่น คันคลอง และประตูระบายน้ำต่าง ๆ ให้สามารถรองรับปริมาณน้ำที่อาจเกินขีดความสามารถไว้ด้วย

ที่มาของข้อมูล:ที่ทำการปกครองจังหวัด และ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดนนทบุรี
โครงการความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ กับ จังหวัดนนทบุรี
email : gis@rmutsb.ac.th